โยนิโสนมสิการ มีรายละเอียดที่สำคัญทั้งในเชิงความหมาย สภาวธรรม และความสำคัญต่อการปฏิบัติธรรมดังนี้
1. ความหมายและลักษณะทางสภาวธรรม
นิยามโยนิโสมนสิการ คือ การทำไว้ในใจโดยแยบคายหรือการทำไว้ในใจโดยถูกอุบาย ถูกทาง มีลักษณะของการนึก การน้อมนึก การฝึกใจ และการใฝ่ใจอย่างถูกต้อง สภาวธรรม: เป็นสภาวธรรมที่มีจริงจัดเป็น มนสิการเจตสิก ที่เกิดร่วมกับจิต โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือเมื่อใดที่จิตเป็น กุศล มนสิการเจตสิกนั้นจะเป็น โยนิโสมนสิการเมื่อใดที่จิตเป็น อกุศล มนสิการเจตสิกนั้นจะเป็น อโยนิโสมนสิการ การพิจารณาไม่แยบคายความเป็นอนัตตา โยนิโสมนสิการเป็นธรรมะที่ทำหน้าที่ของมันเองตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ตัวตนที่เราจะไปบังคับให้เกิดได้ แต่เกิดเมื่อมีกุศลจิตเกิดขึ้น
ความสำคัญในฐานะ รุ่งอรุณแห่งอริยมรรคแสงเงินแสงทองอุปมาโยนิโสมนสิการว่าเป็นเหมือน แสงเงินแสงทองที่ปรากฏขึ้นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น โดยพระอาทิตย์เปรียบได้กับ อริยมรรคมีองค์ 8 จุดเริ่มต้นของการบรรลุธรรม: การมีความถึงพร้อมด้วยโยนิโสมนสิการเป็นนิมิตหรือเครื่องหมายเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นจะเจริญและกระทำอริยมรรคให้มากจนนำไปสู่การบรรลุธรรม
3. ความแตกต่างระหว่างโยนิโสมนสิการกับปัญญา
แหล่งข้อมูลอ้างถึง มิลินทปัญหา เพื่อจำแนกความต่างไว้ดังนี้การจับรวงข้าวโยนิโสมนสิการ คือการพิจารณาด้วยดี การถือเอาไว้ด้วยดีเพื่อให้ปัญญาทำงานได้ เคียวตัดรวงข้าว ปัญญา คือลักษณะของการตัดขาดกิเลสเพราะรู้แจ้งตามความเป็นจริงความสัมพันธ์ในขณะที่มีปัญญา จะต้องมีโยนิโสมนสิการเกิดร่วมด้วยเสมอ แต่ในขณะที่มีโยนิโสมนสิการ เช่น การให้ทานขั้นต้น อาจยังไม่มีปัญญาเกิดร่วมด้วยก็ได้
4. เหตุปัจจัยและการนำไปสู่การดับทุกข์
เหตุให้เกิดการจะเกิดโยนิโสมนสิการจนบริบูรณ์ได้นั้น ต้องอาศัย การคบสัตบุรุษและ การฟังพระสัทธรรมที่ถูกต้อง ลำดับการส่งผลการฟังธรรมที่บริบูรณ์ → โยนิโสมนสิการ → สติสัมปชัญญะ → โพชฌงค์ 7 → วิชชาและวิมุตติความหลุดพ้นการดับกิเลส เมื่อมีการพิจารณาอย่างแยบคาย จะนำไปสู่การเจริญสัมมาทิฏฐิและสัมมาสมาธิ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการ กำจัดราคะ โทสะ และโมหะ ให้สิ้นไป
5. ตัวอย่างการใช้ในชีวิตประจำวัน
ความเข้าใจเรื่องความตายการพิจารณาว่าทุกคนต้องตายและธรรมทั้งหลายไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา ช่วยให้ใจไม่หวั่นไหวและเป็นที่พึ่งที่แท้จริง
การระงับเวรการไม่น้อมนึกถึงความโกรธ เช่น ไม่คิดย้ำว่าเขาด่าเรา เขาตีเราจะช่วยให้เวรระงับลงได้ ซึ่งถือเป็นลักษณะหนึ่งของการทำไว้ในใจที่ถูกต้อง
สรุป โยนิโสมนสิการตามแหล่งข้อมูลนี้ คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองต่อโลกให้เห็นเป็นธรรมะ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในการเจริญสติปัฏฐานและอริยมรรคเพื่อดับกิเลสในที่สุดการคบสัตบุรุษ หรือกัลยาณมิตร) เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุดซึ่งนำไปสู่การเกิด โยนิโสมนสิการ
โดยมีกระบวนการทำงานตามลำดับเหตุปัจจัยที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลดังนี้เป็นต้นทางของการฟังพระสัทธรรมการคบสัตบุรุษที่บริบูรณ์ย่อมส่งผลให้การฟังพระสัทธรรมการฟังธรรมที่ถูกต้อง บริบูรณ์ตามไปด้วยเนื่องจากสัตบุรุษเป็นผู้รู้แจ้งและสามารถถ่ายทอดธรรมะตามความเป็นจริงได้ ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อการคิดพิจารณา เมื่อได้ฟังธรรมที่ถูกต้องจากสัตบุรุษ ย่อมเป็นปัจจัยให้บุคคลนั้นได้ คิดพิจารณาในสิ่งที่ถูกหากไม่มีการฟังธรรมที่ถูกต้องจากผู้รู้ กัลยาณมิตรโอกาสที่จะน้อมนึกหรือ
พิจารณาสภาวธรรมได้อย่างแยบคายและถูกทางย่อมเกิดขึ้นได้ยาก
เปลี่ยนจากอกุศลจิตเป็นกุศลจิต: การฟังธรรมและศึกษาเรื่องสภาวธรรมจากสัตบุรุษ ช่วยให้เกิดความเข้าใจในขณะที่ระลึกถึงสภาพธรรมที่กำลังปรากฏความเข้าใจนี้เองที่เป็น โยนิโสมนสิการ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับกุศลจิต ทำให้เปลี่ยนจากการพิจารณาที่
ไม่แยบคาย อโยนิโสมนสิการ) มาเป็นการพิจารณาที่ถูกวิธีนำไปสู่การเห็นแจ้งตามความเป็นจริงการคบสัตบุรุษและการฟังธรรมช่วยส่งเสริมให้เกิดโยนิโสมนสิการในระดับที่สูงขึ้น คือการพิจารณาเห็นสภาพธรรมว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตาซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญสติปัฏฐานและอริยมรรค สรุป ตามลำดับเหตุปัจจัยในแหล่งข้อมูลการคบสัตบุรุษ → การฟังพระสัทธรรม → โยนิโสมนสิการ → สติสัมปชัญญะ → โพชฌงค์ 7 → วิชชาและวิมุตติ (การหลุดพ้น)
,
ดังนั้น การคบสัตบุรุษจึงเป็นเหตุและมีอุปการะมาก ในการทำให้โยนิโสมนสิการเกิดขึ้นและเจริญมากขึ้นจนบริบูรณ์














