วิถีชีวิตริมน้ำที่ปรากฏในภาพหอนาฬิกาท่าน้ำนนทบุรี พ.ศ. 2527 สะท้อนถึงความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างผู้คนกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นทั้งเส้นทางสัญจรและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
แม่น้ำในฐานะเส้นทางคมนาคมหลักในภาพเราจะเห็นเรือหลากหลายประเภท ทั้งเรือด่วนที่จอดเทียบท่าและเรือหางยาวที่แล่นอยู่ในแม่น้ำ
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าในยุคนั้น การเดินทางทางเรือยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนนทบุรีและการเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ
จุดเชื่อมต่อที่คึกคักระหว่างบกและน้ำ: พื้นที่บริเวณหอนาฬิกาทำหน้าที่เป็น ประตู ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตคนริมน้ำเข้ากับคนบนบก
เราจะเห็นภาพการสัญจรที่ผสมผสานกันอย่างหนาแน่น ทั้งคนเดินเท้าที่เพิ่งขึ้นจากเรือ รถแท็กซี่ รถสามล้อ และรถ
จักรยานยนต์ที่มารอรับส่งผู้โดยสารบริเวณหน้าท่าเรือ
เศรษฐกิจปากปากท้องริมท่าน้ำบริเวณทางเข้าท่าเรือเป็นจุดที่มีการค้าขายอย่างคึกคัก มีร้านค้าและแผงลอยตั้งอยู่เพื่อรองรับผู้คนที่สัญจรไปมา
ป้ายร้านค้าและบรรยากาศการจับจ่ายในภาพสะท้อนว่าท่าน้ำไม่ใช่แค่จุดผ่าน แต่เป็นย่านธุรกิจริมน้ำที่มีชีวิตชีวา
สถาปัตยกรรมที่หันเข้าหาแม่น้ำ: การตั้งอยู่ของอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่มีระเบียงกว้างขวางหันหน้าออกสู่แม่น้ำ เป็นการออกแบบที่สอดรับกับวิถีชีวิตริมน้ำอย่างแท้จริง
แสดงให้เห็นว่าในสมัยก่อน แม่น้ำ
คือ หน้าบ้าน และเป็นทิศทางหลักในการพัฒนาเมืองและการบริหารราชการ
บรรยากาศทางสังคม: ภาพผู้คนเดินขวักไขว่รอบหอนาฬิกาและท่าเรือ บ่งบอกถึงความเป็นศูนย์รวมของชุมชน
หอนาฬิกาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่เป็นจุดนัดพบและสัญลักษณ์ของการมาถึงพื้นที่เขตเมืองนนทบุรีสำหรับผู้ที่เดินทางมาทางน้ำ
ภาพนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า วิถีชีวิตริมน้ำนนทบุรีในปี 2527 คือการผสม
ผสานที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับการขยายตัวของสังคมเมือง ที่ยังคงมีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางจากภาพถ่ายในอดีต (พ.ศ. 2527) บริเวณท่าน้ำนนท์มีการใช้ยานพาหนะหลากหลายประเภทซึ่งสะท้อนถึงการเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ ดังนี้
ยานพาหนะทางน้ำเรือด่วนและเรือโดยสารขนาดใหญ่ มีการจอดเทียบท่าเพื่อรับส่งผู้โดยสารจำนวนมาก
เรือหางยาวสังเกตเห็นแล่นอยู่ในแม่น้ำและจอดรอรับผูโดยสารบริเวณข้างท่าเรือ
เรือแจวหรือเรือพายขนาดเล็กปรากฏให้เห็นประปรายในแม่น้ำเจ้าพระยา
ยานพาหนะทางบกรถแท็กซี่เห็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นเก่าที่นำมาทำเป็นรถแท็กซี่วิ่งรับส่งผู้โดยสารรอบหอนาฬิกา
รถตุ๊กตุ๊ก สามล้อเครื่องจอดรอรับผู้โดยสารอยู่
บริเวณหน้าทางเข้าท่าเรือ
รถจักรยานยนต์มีการขับขี่สัญจรไปมาอย่างคับคั่งในพื้นที่วงเวียน
รถยนต์ส่วนบุคคลวิ่งวนรอบหอนาฬิกาเพื่อสัญจรไปยังถนนสายต่าง ๆ ในตัวเมืองนนทบุรี
การมียานพาหนะที่หลากหลายเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าในอดีตท่าน้ำนนท์เป็น ศูนย์กลางการคมนาคมที่คึกคักอย่างมาก โดยมีการเชื่อมต่อระหว่างเรือ รถยนต์ และรถโดยสารสาธารณะอย่างใกล้ชิดากการเปรียบเทียบภาพถ่ายในปี พ.ศ. 2527 และภาพในปัจจุบัน บรรยากาศการค้าขายรอบท่าน้ำนนทบุรีมีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจดังนี้
ความหนาแน่นและบรรยากาศการค้าในอดีต (2527) บรรยากาศมีความคึกคักและ พลุกพล่าน อย่างมาก
บริเวณหน้าทางเข้าท่าเรือและรอบหอนาฬิกาเต็มไปด้วยแผงลอย ร้านค้า และรถเข็นขายของที่ตั้งอยู่อย่างอิสระ มีป้ายโฆษณาร้านค้าขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน เช่น ร้าน จีก๊าซ หรือ เหลี่ยมนนทบุรี ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นย่านธุรกิจริมน้ำที่สำคัญ
ปัจจุบันบรรยากาศดูมีความ เป็นระเบียบและโปร่งตามากขึ้น พื้นที่บริเวณริม
ถนนและรอบอาคารศาลากลางหลังเก่าถูกจัดระเบียบใหม่ มีการกั้นรั้วสแตนเลสเป็นสัดส่วนเพื่อแยกทางเดินรถและพื้นที่อนุรักษ์ออกจากกัน ทำให้ไม่เห็นแผงลอยวางขายของติดริมถนนเหมือนในอดีต
การใช้พื้นที่เชิง
พาณิชย์ในอดีต (2527)พื้นที่รอบหอนาฬิกาถูกใช้เป็นศูนย์กลางการค้าที่ผสมผสานไปกับการสัญจร ผู้คนสามารถเดินจับจ่ายซื้อของได้ทันทีขณะรอรถหรือรอเรือ
บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันของป้ายร้านค้าและร่มของแม่ค้าพ่อค้า
ปัจจุบันพื้นที่เปลี่ยนจากย่านการค้าแผงลอยริมทางไปสู่การเป็นพื้นที่เชิงวัฒนธรรมและ
ท่องเที่ยวมากขึ้น
โดยร้านค้าต่าง ๆ มักจะขยับเข้าไปอยู่ในอาคารพาณิชย์โดยรอบหรือพื้นที่ตลาดที่เป็นสัดส่วน เพื่อรักษาทัศนียภาพของหอนาฬิกาและพิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรีให้ดูสง่างาม
สิ่งอำนวยความ
สะดวกและรูปลักษณ์ในอดีต (2527)เน้นความสะดวกในการเข้าถึงร้านค้าและขนส่งสาธารณะเป็นหลัก แต่อาจดูมีความวุ่นวายของการจัดวางป้ายและแผงลอย
ปัจจุบันมีการติดตั้งองค์ประกอบที่ดูทันสมัยและเป็น
ระเบียบมากขึ้น เช่น ตู้ไปรษณีย์สีแดงสดตั้งเด่นเป็นสัดส่วน การทาสีหอนาฬิกาใหม่เป็นสีเหลืองทอง และการปรับปรุงผิวถนนที่ดูสะอาดตาขึ้น
โดยสรุปคือ การค้าขายรอบท่าน้ำนนท์ได้เปลี่ยนผ่านจาก ตลาดริมน้ำที่คึกคักและอิสระในปี 2527 ไปสู่การเป็น ย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มีระเบียบในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง

























