เส้นทางสีทองของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พระพุทธรูปสองพระองค์ที่ปรากฏเป็นสีทองสว่างไสวมีความหมายที่สำคัญอย่างยิ่งในเชิงสัญลักษณ์และหลักธรรม ดังนี้
การระบุตัวตนและบทบาท: พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์ที่ขนาบข้างม้วนคัมภีร์ตรงกลางคือ พระศากยมุนีพุทธเจ้า ด้านซ้ายและ พระประภูตรัตนะพุทธเจ้า ด้านขวา ทั้งสองพระองค์ปรากฏขึ้นร่วมกันเพื่อเป็นพยานและยืนยันความศักดิ์สิทธิ์ของสัทธรรมปุณฑรีกสูตร ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เรียกว่า พิธีในอากาศ พุทธ
ลักษณะและรัศมีพระพุทธรูปทั้งสองถูกวาดด้วย สีทองทั่วทั้งองค์ และมีรัศมี ประภามณฑล ที่มีลวดลายวิจิตรบรรจงล้อมรอบ
สีทองนี้สื่อถึงสภาวะชีวิตที่บริสุทธิ์ สูงส่ง และเปี่ยมด้วยปัญญาอันเป็นอมตะของพุทธภาวะ
การที่รัศมีแผ่กว้างออกมาสื่อถึงพลังของธรรมะที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต
ปางหรือมุทรา Hand Gestures หากสังเกตให้ดีจะพบว่าพระพุทธรูปทั้งสองมีลักษณะการวางมือที่ต่างกัน พระพุทธรูปทาง
ซ้ายมีการยกมือขึ้นข้างหนึ่ง คล้ายปางประทานพรหรือแสดงธรรม ในขณะที่พระพุทธรูปทางขวาพนมมือเข้าหากัน
สิ่งนี้สื่อถึงการทำหน้าที่ที่เกื้อกูลกันในการเผยแผ่และรักษาไว้ซึ่งสัจธรรมสูงสุด
อาสนะดอกบัวพระพุทธรูปทั้งสองประทับนั่งบน อาสนะดอกบัวสีทอง ที่เบ่งบานอย่างเต็มที่
ดอกบัวนี้เป็นสัญลักษณ์ของการบรรลุธรรมที่บริสุทธิ์ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย และยังสื่อถึงกฎแห่งเหตุและผลที่เกิดขึ้นพร้อมกันในชีวิตของผู้ปฏิบัติ
ความเชื่อมโยงกับปุถุชนการจัดวางพระพุทธรูปสีทองไว้ในระนาบที่อยู่เหนือพระนิชิเร็น ไดโชนิน แต่ยังอยู่ภายในภาพเดียวกัน สื่อถึงหลักธรรมเรื่อง พุทธะและคนธรรมดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
หมายความว่าสภาวะอันสูงส่งของพระพุทธรูปทั้งสองพระองค์นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวมนุษย์ แต่เป็นศักยภาพ พุทธภาวะ ที่มีอยู่ภายในตัวเราทุกคนที่สามารถปลุกให้ตื่นขึ้นได้ด้วยการปฏิบัติธรรม
โดยสรุป พระพุทธรูปในภาพนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเคารพบูชา แต่เป็น กระจกสะท้อน ให้เห็นถึงความงดงามและปัญญาที่ซ่อนอยู่ในชีวิตของมนุษย์ทุกคนที่ดำเนินตามเส้นทางสีทองนี้
วามบริสุทธิ์ท่ามกลางความวุ่นวายดอกบัวเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่สามารถเบ่งบานอย่างสง่างามและบริสุทธิ์ได้แม้จะเติบโตขึ้น
มาจากน้ำโคลน
ในบริบทนี้สื่อว่า พุทธภาวะ สามารถปรากฏขึ้นได้ท่ามกลางชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยปัญหาและกิเลสของปุถุชน โดยไม่ถูกทำให้แปดเปื้อน
กฎแห่งเหตุและผลที่เกิดขึ้นพร้อมกัน Simultaneity of Cause and Effect ความพิเศษของดอกบัวคือเป็นพืชที่ดอก เหตุ และฝักที่มีเมล็ด ผล ปรากฏขึ้นในเวลาเดียวกัน
สื่อถึงหลักธรรมที่ว่า เมื่อเรามีศรัทธาและเริ่มสวด นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว เหตุ สภาวะแห่งพุทธะ ผล ก็จะปรากฏขึ้นในชีวิตเราทันทีโดยไม่ต้องรอชาติหน้า
รากฐานอันศักดิ์สิทธิ์ของสัจธรรมการที่ดอกบัวเป็นอาสนะหรือฐานรองรับทั้งม้วนคัมภีร์ที่มีตัวอักษรสีทองและพระพุทธเจ้าทั้งสองพระองค์ สื่อว่า กฎมหัศจรรย์ สัจธรรมที่คัมภีร์เป็นตัวแทน คือรากฐานที่แท้จริงและมั่นคงที่สุดของชีวิต
ความเท่าเทียมกัน
ของพุทธภาวะการใช้ฐานดอกบัวแบบเดียวกันรองรับทั้งคัมภีร์และพระพุทธเจ้า เป็นการตอกย้ำว่าพุทธภาวะนั้นมีความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นในตัวพระพุทธเจ้าหรือในตัวอักษรที่เป็นตัวแทนของกฎสากล
โดยสรุป ดอกบัวในภาพนี้คือสัญลักษณ์ที่ยืนยันว่า เส้นทางสีทอง หรือการบรรลุธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกและเบ่งบานได้ในชีวิตของมนุษย์ทุกคนที่ยึดมั่นในธรรมะนี้สภาวะชีวิตที่เปลี่ยนเป็น สีทอง ตามที่ปรากฏอย่างโดดเด่นในภาพวาดนี้ เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงหลักธรรม
สำคัญในหลายมิติ ดังนี้
การปรากฏของพุทธภาวะ (Buddha-nature): สีทองเป็นสีที่สื่อถึงความสูงส่งและเป็นอมตะ ในทางพุทธศิลป์ภาพนี้ใช้สีทองแผ่รัศมีรอบพระพุทธเจ้าทั้งสองพระองค์และม้วนคัมภีร์ เพื่อสื่อว่า พุทธภาวะคือสภาวะชีวิตที่สว่างไสว บริสุทธิ์ และมีคุณค่าสูงสุด ซึ่งซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน
ปัญญาที่ขจัดความมืดมิด ตัวอักษรสีทอง นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ที่เขียนบนพื้นสีดำของม้วนคัมภีร์ สะท้อนถึง แสงสว่างแห่งปัญญาที่ส่องประกายขึ้นท่ามกลางความหลงผิดหรือความมืดมิดในใจ การเปลี่ยนสภาวะชีวิตให้เป็นสีทองจึงหมายถึง
การใช้ปัญญาจากธรรมะมานำทางชีวิต
สภาวะชีวิตที่มี กำลังชีวิต Life Force เข้มแข็งรัศมีสีทองที่แผ่กระจายออกมาจนครอบคลุมไปถึงสภาพแวดล้อมและดอกซากุระ สะท้อนถึงผลของการปฏิบัติธรรมที่ทำให้บุคคลมีกำลังชีวิตที่เต็มเปี่ยม เปี่ยมด้วยความหวังและความสุขที่เปล่งประกายออกมาจากภายในสู่ภายนอก
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของปุถุชนและพุทธะ สังเกตว่าพระนิชิเร็น ไดโชนิน ซึ่งนั่งอยู่ในฐานะปุถุชน ก็มีองค์ประกอบของสีทองบนจีวรและนั่งท่ามกลางรัศมีสีทองเช่นกัน สิ่งนี้สะท้อนถึงหลักการ "บรรลุธรรมในชั่วชีวิตนี้ว่าคนธรรมดาก็สามารถเปลี่ยนชีวิตที่ดูจืดชืดหรือเต็มไปด้วยทุกข์ ให้กลายเป็นชีวิตที่สง่างาม
และมีคุณค่าดั่งทองคำได้ผ่านการปฏิวัติภายในตนเอง
การเปลี่ยนโชคชะตา Changing Destiny ชื่อภาพ เส้นทางสีทอง สื่อว่าการสวดมนต์และการปฏิบัติธรรมสามารถเปลี่ยน "โคลนตม" หรือปัญหาอุปสรรคในชีวิต ให้กลายเป็นอาสนะดอกบัวสีทองได้ สภาวะสีทองจึงเปรียบเสมือนการเปลี่ยนโชคชะตาที่มืดมนให้กลายเป็นชีวิตที่รุ่งเรืองและมั่นคง
สรุปสั้น ๆ คือ สีทองในภาพสะท้อนถึงสภาวะชีวิตที่ตื่นรู้ Enlightened State ซึ่งเปี่ยมด้วยปัญญา ความเมตตา และพลังใจที่ไม่มีวันเสื่อมถอยนั่นเอง
























