สัญลักษณ์สีแดงที่ปรากฏอยู่ตรงมุมด้านล่างของภาพวาดพู่กันจีนชิ้นนี้เรียกว่า ตราประทับ Seal หรือในภาษาจีนเรียกว่า อิ้นจาง Yinzhang ซึ่งมีความสำคัญและแฝงความหมายหลายประการตามขนบศิลปะจีน ดังนี้
การยืนยันตัวตนและลายเซ็น Identity & Signature ในทางศิลปะจีน ตราประทับสีแดงทำหน้าที่แทนการลงลายเซ็นของผู้วาด หรือเจ้าของห้องภาพ Studio เพื่อเป็นการรับรองว่าภาพนี้เป็นผลงานของแท้ ตราประทับฝั่งซ้าย ทรงจัตุรัส มักเป็นชื่อของศิลปิน หรือชื่อนามแฝง (Art Name) ตราประทับฝั่งขวา (ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มักเป็น ตราประทับห้องภาพ (Studio Seal) หรือ ตราประทับมงคล" (Mood Seal) ที่บอกถึงสถานที่เก็บรักษาผลงานหรือคติพจน์ที่ศิลปินยึดถือ ความสมดุลทางสุนทรียภาพ Aesthetic Balanceเนื่องจากภาพวาดพู่กันจีนชิ้นนี้ใช้เทคนิคสีขาวดำ Monochrome การเติมสีแดงสดจากตราประทับลงไปตรงมุมภาพ ช่วยสร้าง "จุดนำสายตา" และสร้างความสมดุลให้กับองค์ประกอบภาพ ทำให้ภาพดูมีความ สมบูรณ์และมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที สัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลสีแดงที่ใช้ในตราประทับทำมาจากผงแร่ชาด Cinnabar ซึ่งในวัฒนธรรมจีนถือเป็นสีแห่ง ความโชคดี พลังอำนาจ และการขับไล่สิ่งชั่วร้าย การประทับตรา
สีแดงลงบนภาพที่มีเนื้อหาเป็นมงคลอย่าง ไท่ไหล ความสุขที่กำลังมาถึง จึงเป็นการเสริมพลังทางบวกให้กับภาพเข้าไปอีกขั้น ความหมายเฉพาะของตัวอักษรในตราหากสังเกตตราประทับด้านซ้าย จะเห็นตัวอักษร 恒 เหิง และ 泰 ไท่ ซึ่งล้อไปกับตัวอักษรบนบานประตูในภาพ สื่อถึงความตั้งใจของศิลปินที่ต้องการเน้นย้ำเรื่อง ความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืน สรุปได้ว่า ตราประทับเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องหมายการค้า แต่เป็นส่วนหนึ่ง
ของงานศิลปะที่ช่วยบันทึกประวัติศาสตร์ เสริมความงาม และตอกย้ำความหมายอันเป็นมงคลของภาพวาดนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นการนำเทคนิค กงปี่ Gongbi ที่เน้นความประณีตละเอียดอ่อน มาใช้ร่วมกับเทคนิค เซี่ยอี้ Xieyi ที่เน้นความอิสระและอารมณ์ในภาพเดียวกัน เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะช่วยสร้าง ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในเชิงสุนทรียภาพและปรัชญา ดังที่เห็นในภาพวาดนี้
การสร้างความสมดุลระหว่างหยิน และ หยาง เทคนิคกงปี่ที่มีเส้นสายชัดเจน มั่นคง และเป็นระเบียบ (เช่น ในส่วนของโครงสร้างประตูและภาพวาดบนผนังเปรียบได้กับพลังหยางที่เน้นความแข็งแกร่ง ในขณะที่เทคนิคเซี่ยอี้ที่ใช้การป้ายพู่กันอย่างอิสระและพริ้วไหว เช่น ส่วนของใบไม้และพุ่มไม้ที่โอบล้อม เปรียบได้กับพลังหยินที่เน้นความอ่อนโยน การใช้ร่วมกันจึงทำให้ภาพดูมีพลังและมีมิติที่สมดุล การถ่ายทอดทั้ง รูป และ นาม
กงปี่ ทำหน้าที่เก็บรายละเอียดของ รูปลักษณ์ Physical Form เพื่อให้ผู้ชมเห็นถึงความงดงามของสถาปัตยกรรมและเรื่องราวในภาพบนผนังได้อย่างชัดเจน เซี่ยอี้ ทำหน้าที่ถ่ายทอด จิตวิญญาณ Spirit/Qi และบรรยากาศของธรรมชาติ ทำให้ภาพไม่ดูแข็งกระด้างจนเกินไป และให้ความรู้สึกว่าธรรมชาติในภาพนั้นมีชีวิตและมีการเคลื่อนไหวอยู่จริง การสร้าง
จุดสนใจ Visual Focus การสลับระหว่างความละเอียดและความฟุ้งกระจายช่วยนำสายตาของผู้ชม หากภาพละเอียดไปหมดทั้งภาพอาจจะทำให้ดูเหนื่อย แต่การมีส่วนที่วาดอย่างอิสระแบบเซี่ยอี้จะช่วยสร้าง พื้นที่ว่างให้ผู้ชมได้พักสายตาและใช้จินตนาการ ความสมจริงตามสัจธรรม ในความเป็นจริง สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อาคารโครงสร้าง มักมีความเป็นระเบียบชัดเจน ขณะที่ธรรมชาติ ต้นไม้ กิ่งไม้ มีความซับซ้อนและไร้
รูปแบบที่ตายตัว การใช้สองเทคนิคนี้ร่วมกันจึงเป็นการจำลองความจริงของโลกที่ประกอบด้วยสิ่งของที่ นิ่ง และสิ่งที่มีชีวิต ได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ในภาพวาดชิ้นนี้ การใช้ กงปี่ วาดรายละเอียดป้ายอักษร 泰來 และภาพเล่าเรื่องบนผนัง ช่วยเน้นย้ำถึงข้อความมงคลและรากเหง้าวัฒนธรรมที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนที่สุด
ในขณะที่การใช้ เซี่ยอี้ วาดพรรณไม้รอบๆ ช่วยให้ภาพบ้านหลังนี้ดูร่มเย็นและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต การวาดพรรณไม้ในภาพวาดพู่กันจีนชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึง พลังชีวิต Living Qi และความสมบูรณ์ของบ้านในหลายแง่มุม
ดังนี้สัญลักษณ์ของพลังงานด้านบวกและความอุดมสมบูรณ์พรรณไม้ที่โอบล้อมตัวอาคารและพุ่มใบที่หนาแน่นบริเวณด้านซ้ายและด้านบนของภาพ สื่อถึง ความเจริญงอกงามและความมั่งคั่ง ของผู้อยู่อาศัย ในทางฮวงจุ้ย ต้นไม้ที่เขียวชอุ่มและแข็งแรงเป็นตัวบ่งชี้ว่าสถานที่นั้นมีพลังงาน ชี่ ที่ดีและไหลเวียนอย่างสมดุล ซึ่ง
สอดคล้องกับตัวอักษรมงคล ไท่ไหล ความสุขที่กำลังมา บนบานประตู การเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติการจัดวางกระถางต้นไม้ไว้ข้างเก้าอี้ไม้บริเวณระเบียงหน้าบ้าน แสดงถึงการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน สิ่งนี้สะท้อนถึงปรัชญาการใช้ชีวิตแบบปัญญาชนที่ต้องการ ความสงบและ
ร่มเย็น โดยใช้พรรณไม้เป็นตัวเชื่อมโยงจิตใจของผู้อยู่อาศัยให้สอดประสานกับสิ่งแวดล้อม การถ่ายทอดจิตวิญญาณผ่านเทคนิค เซี่ยอี้ Xieyi ศิลปินใช้เทคนิคการลงพู่กันแบบอิสระหรือ เซี่ยอี้ ในการวาดใบไม้และกิ่งก้าน เพื่อเน้นให้เห็นถึงความพริ้วไหวและการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ เส้นสายที่ดูไม่หยุดนิ่งนี้เองที่เป็นตัวแทนของ พลังชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งช่วยลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างสถาปัตยกรรม ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและไม่เงียบเหงาจนเกินไป ภาพสะท้อนของอัตลักษณ์หลิ่งหนาน ความเขียวขจีและพรรณไม้ที่ดูชุ่ม
ชื้นเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคทางตอนใต้ของจีน หลิ่งหนาน ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น การวาดพรรณไม้ให้ดูสมบูรณ์จึงเป็นการเชิดชู รากเหง้าและความอุดมสมบูรณ์ของมาตุภูมิ ตามความหมายของป้ายอักษร หลิ่งหนานโหยวจง ที่ปรากฏในภาพ โดยรวมแล้ว พรรณไม้ในภาพนี้ทำหน้าที่เป็น ลมหายใจของบ้าน ที่สื่อว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงสิ่งก่อสร้างที่ว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการเติบโต ความร่มเย็น และ
ความเป็นสิริมงคลที่ยั่งยืนการใช้รูปทรง วงกลม ในภาพวาดพู่กันจีนมีความหมายแฝงที่แตกต่างจากรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ปรากฏบนผนังในภาพต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถสรุปความต่างตามคติความเชื่อและสุนทรียศาสตร์ได้ดังนี้
สัญลักษณ์ของ สรวงสวรรค์ Tian - 天 ตามปรัชญาจีนโบราณ ฟ้ากลม ดินเหลี่ยม Tian Yuan Di Fang หากภาพสี่เหลี่ยมบนผนังในภาพสื่อถึงความมั่นคงของพื้นดินและที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ภาพวาดในกรอบวงกลมจะสื่อถึง พลังจากสรวงสวรรค์ ความเป็นอนันต์ และกฎเกณฑ์ของจักรวาล ที่หมุนเวียนไม่รู้จบ ความหมายของ ความสมบูรณ์พูนสุข Tuanyuan - 團圓 คำว่าวงกลมในภาษาจีนพ้องเสียงและพ้อง
ความหมายกับคำว่า ถวนหยวน ซึ่งหมายถึง การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัวและความสามัคคี ในขณะที่ภาพสี่เหลี่ยมในแหล่งข้อมูลเน้นเรื่องโครงสร้างและความระเบียบเรียบร้อยของบ้าน ภาพวงกลมมักถูกใช้เพื่ออวยพรให้เกิดความรักและความกลมเกลียวภายในที่ทำงานหรือที่บ้าน ความลื่นไหลและไร้ขอบเขต
รูปทรงสี่เหลี่ยมของแผงภาพบนผนังในรูปสร้างความรู้สึกที่นิ่ง และ ชัดเจน ตามกรอบของสถาปัตยกรรมแต่ภาพวาดวงกลม มักพบในงานวาดพัดกลมหรือภาพประดับ จะสื่อถึง ความลื่นไหลของพลังงาน ชี่ ที่ไม่มีจุดสิ้นสุด และมักใช้ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติที่ดูละมุนตาและเป็นอิสระมากกว่า การรวมศูนย์ของจิตวิญญาณการวาดภาพในกรอบวงกลมเป็นการบีบให้ศิลปินต้องจัดองค์ประกอบที่เน้น แก่นแท้ ของสิ่งนั้น ๆ
เพียงอย่างเดียว ต่างจากภาพเล่าเรื่องบนผนังในรูปที่สามารถใส่รายละเอียดของบุคคลและทัศนียภาพได้กว้างขวางกว่า ภาพวงกลมจึงมักสื่อถึง การเข้าถึงสัจธรรมหรือสมาธิ ที่แน่วแน่ สรุปคือ หากภาพสี่เหลี่ยมในแหล่งข้อมูลคือการแสดงถึง ความมั่นคงในโลกของมนุษย์และรากเหง้าครอบครัว ภาพวงกลมก็คือตัวแทนของ พรจากเบื้องบน ความเป็นเอกภาพ และความสุขที่สมบูรณ์แบบ นั่นเอง


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น