เหตุผลที่พญามาร (หรือท้าววสวัตตี) ต้องพยายามขัดขวางการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า สามารถวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลได้ดังนี้
1. เพื่อไม่ให้พระองค์บรรลุธรรมจุดประสงค์หลักที่ชัดเจนที่สุดคือ พญามารต้องการขัดขวางไม่ให้เจ้าชายสิทธัตถะบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ หรือเข้าถึงพระธรรมอันเป็นหนทางแห่งความดับทุกข์
2. เพื่อทำลายตบะเดชะในช่วงสัปดาห์ที่ 5 หลังการตรัสรู้ (หรือตามบางคติคือช่วงก่อนตรัสรู้) ธิดามารทั้ง 3 ได้แก่นางราคา นางอรดี และนางตัณหา ได้อาสาพญามารผู้เป็นบิดาเพื่อไปทำลายตบะเดชะหรือพลังความเพียรของพระพุทธเจ้า โดยการเนรมิตกายเป็นสตรีที่สวยงามมายั่วยวนเพื่อดึงจิตของพระองค์ให้กลับมาพัวพันกับกามตัณหาอีกครั้ง
3. การรักษาสภาวะดั้งเดิมของโลก (ในเชิงสัญลักษณ์)พญามารเปรียบเสมือนตัวแทนของกิเลสและอุปสรรคที่คอยเหนี่ยวรั้งสรรพสัตว์ไว้ในวัฏสงสาร การที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้นั้นหมายถึงการค้นพบทางออกไปจากอำนาจของกิเลสและมาร พญามารจึงต้องเคลื่อนขบวนพลพยุหะหรือกองทัพมารมาเพื่อสู้รบและข่มขู่ให้พระองค์เกิดความกลัวและละทิ้งความตั้งใจ
4. การท้าทายสิทธิ์ในรัตนบัลลังก์แม้ในแหล่งข้อมูลที่ให้มาจะเน้นไปที่การใช้กองทัพและการยั่วยวน แต่ตามคติพุทธประวัติทั่วไป (ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมในแหล่งข้อมูล) พญามารมักปรากฏตัวเพื่อทวงสิทธิ์ในบัลลังก์ที่พระพุทธเจ้าประทับนั่ง โดยอ้างว่าเป็นของตน เพื่อขัดขวางไม่ให้พระองค์ใช้สถานที่นั้นเป็นที่
ตรัสรู้(ข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้มาจากแหล่งข้อมูลโดยตรง)ในทางธรรม พญามารคือสัญลักษณ์ของ มัจจุราช หรือ กิเลสมาร การขัดขวางของมารจึงเป็นการสะท้อนภาพการต่อสู้ภายในจิตใจของผู้ปฏิบัติธรรม ที่ต้อง
เอาชนะความกลัว (กองทัพมาร) และความใคร่ (ธิดามาร) ให้ได้ก่อนที่จะเข้าถึงความสงบอันเป็นอมตธรรมสรุปคือ พญามารต้องการรักษาอำนาจของตนเหนือมวลมนุษย์ด้วยการปิดกั้นหนทางสู่ปัญญาและการหลุดพ้นที่พระพุทธเจ้ากำลังจะทรงค้นพบนั่นเองครับ
บนเส้นทางแห่งการแสวงหาธรรม การเดินทางไม่ได้ราบรื่นเสมอไป จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทดสอบศรัทธาของเหล่าปัญจวัคคีย์ได้มาถึง เมื่อพระโพธิสัตว์
ทรงตัดสินพระทัยครั้งสำคัญอันนำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิด เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาต้องแยกทางกัน แต่ยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นำไปสู่การค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา อันเป็นแก่นแท้แห่งคำสอนของพระพุทธองค์
หลังจากทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างยิ่งยวดมาเป็นเวลาถึง 6 พรรษา จนพระวรกายซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พระโพธิสัตว์ทรงตระหนักด้วยพระปัญญาว่า การทรมานตนให้ลำบากเปล่าเช่นนี้เป็นข้อปฏิบัติที่ตึงเครียดเกินไปและไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องแห่งการตรัสรู้ การตัดสินพระทัยเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยาจึงมิใช่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติส่วนพระองค์ แต่ยังเป็นการปฏิเสธกระบวนทัศน์ทางจิต
วิญญาณ (spiritual paradigm) ที่แพร่หลายในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง การค้นพบทางสายกลาง หรือ มัชฌิมาปฏิปทาจึงถือเป็นวิทยานิพนธ์เชิงปฏิวัติที่จะกลายเป็นหัวใจแห่งคำสอนอันเป็นเอกลักษณ์ของพระองค์
การ
ตัดสินพระทัยกลับมาเสวยพระกระยาหารตามเดิมได้สร้างความผิดหวังให้แก่เหล่าปัญจวัคคีย์เป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเข้าใจผิดว่าพระโพธิสัตว์ได้ทรงละทิ้งความเพียรและหวนกลับไปสู่ความมักมากแล้ว ด้วยความหมดศรัทธา พวกเขาจึงได้พากันเดินทางตีจากพระองค์ไปพำนักอยู่ที่ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพา
ราณสี การพลัดพรากครั้งนี้ทำให้พระโพธิสัตว์ต้องทรงบำเพ็ญเพียรตามลำพัง ซึ่งในที่สุดก็ได้นำพระองค์ไปสู่การตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ท้าวสหัมบดีพรหม คือพรหมผู้เป็นใหญ่ในพรหมโลก ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในพุทธประวัติ โดยเฉพาะในช่วงหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใหม่ ๆ ความสำคัญของท่านสามารถสรุปได้ตามรายละเอียดในแหล่งข้อมูลดังนี้
1. ผู้หยุดยั้งความพินาศทางปัญญาของโลก
หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขและพิจารณาว่าธรรมะที่ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดและลึกซึ้งมาก ยากที่ปุถุชนผู้มากด้วยกิเลสจะเข้าใจได้ พระองค์จึงทรงดำริที่จะไม่แสดงธรรมเพื่อโปรดใครเลย เมื่อท้าวสหัมบดีพรหมทราบถึงพุทธดำรินี้ ท่านทรงตกพระทัยอย่างยิ่งและเปล่งวาจาถึงสามครั้งว่า โลกจะฉิบหายในครั้งนี้ เนื่องด้วยหากขาดแสงแห่งธรรม มนุษย์จะไม่มีโอกาสพ้นจากทุกข์ได้เลย
2. ผู้อาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม (พรหมอาราธนา)
ท้าวสหัมบดีพรหมพร้อมด้วยเทพบริษัทได้ลงจากพรหมโลกมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรมโปรดชาวโลก ท่านได้ให้เหตุผลสำคัญเพื่อโน้มน้าวพระทัยว่า ในโลกนี้ยังมีกลุ่มบุคคลที่มี กิเลสเบาบาง มีธุลีในดวงตาน้อย ซึ่งมีศักยภาพพอที่จะรับฟังและเข้าใจธรรมะของพระองค์ได้
3. จุดเริ่มต้นของการพิจารณา บัว 4 เหล่า คำอธิบายของท้าวสหัมบดีพรหมที่ว่ายังมีผู้ที่สอนได้ ทำให้พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาความแตกต่างของระดับสติปัญญาของบุคคลในโลก จนนำไปสู่การเปรียบเทียบกับบัว 4 เหล่าอุคฆฏิตัญญูบัวพ้นน้ำที่พร้อมบานทันทีเมื่อฟังธรรม วิปจิตัญญู: บัวปริ่มน้ำที่ต้องพิจารณาธรรมเพิ่มเติมจึงจะบาน เนยยะ บัวใต้น้ำที่ต้องอาศัยความเพียรและการสอนอย่างต่อเนื่อง ปทปรมะ: บัวในโคลนตมที่ยังไม่สามารถเข้าใจธรรมได้ในขณะนั้น
4. ผู้เปลี่ยนพุทธปณิธานจากการหลุดพ้นส่วนตัวสู่การเป็นศาสดาโลก
ผลจากการทูลอาราธนาของท้าวสหัมบดีพรหม ทำให้พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานว่าจะแสดงธรรมสั่งสอนเวไนยสัตว์ และตั้งพุทธปณิธานที่จะประกาศพระพุทธศาสนาให้แพร่หลายเพื่อประโยชน์แก่ชนทุกหมู่เหล่า
ดังนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมจึงมีความสำคัญในฐานะ ผู้เปิดประตูแห่งการเผยแผ่ธรรมหากไม่มีการทูลอาราธนาของท่านในวันนั้น โลกอาจไม่มีโอกาสได้รู้จักกับพุทธศาสนาและการดับทุกข์ตามแนวทางของพระพุทธเจ้า


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น