วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568
นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
The old siam
สถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 5 จากภาพถ่ายทั้งสองแหล่งสะท้อนถึงยุคแห่งการปฏิรูปสถาปัตยกรรมไทยให้มีความเป็นสากลและเอื้อต่อระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ โดยมีลักษณะเด่นที่น่าสนใจดังนี้
1. การกำเนิดของตึกแถวแบบยุโรป (The Masonry Shophouse) ลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนที่สุดคือ การเปลี่ยนจากเรือนไม้ไปสู่ตึกแถวก่ออิฐถือปูนสองชั้น อาคารเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อความคงทนและใช้สอยพื้นที่อย่างคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ โดยชั้นล่างเปิดเป็นหน้าร้านค้าและชั้นบนเป็นที่พักอาศัย ซึ่งเป็นอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม (Colonial Style) ที่แพร่หลายในภูมิภาคนี้
2. องค์ประกอบทางศิลปะและฟังก์ชันแบบตะวันตก อาคารในยุคนี้มีการรับอิทธิพลการออกแบบจากตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ หน้าต่างและประตู: มีการใช้ หน้าต่างบานเฟี้ยมหรือบานเปิดที่มีสัดส่วนสมมาตร และการใช้ช่องแสงเหนือประตูหน้าต่างเพื่อให้ภายในอาคารสว่างขึ้น การประดับตกแต่งตัวอาคารมีการฉาบปูนเรียบและอาจมีการแต่งลวดลายตามขอบหน้าต่างหรือหัวเสา ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมในศิลปะแบบนีโอคลาสสิกหรือเรอเนสซองซ์ที่ถูกลดทอนให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น ป้ายร้านค้าสไตล์สากล การจัดพื้นที่หน้าอาคารมีการติดตั้งป้ายร้านค้าทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เช่น BOOK SHOP หรือ GENERAL STORE & SPIRITซึ่งถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของทัศนียภาพทางสถาปัตยกรรมบนถนนสายหลัก
3. สถาปัตยกรรมในช่วงรอยต่อ (Architectural Transition) ในแหล่งข้อมูล (the sources) แสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมในยุคนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นแบบใหม่ทั้งหมดในคราวเดียว แต่มีการ ประสมประสานระหว่างของเก่าและของใหม่ โดยเรายังคงเห็น เพิงค้าขายไม้ชั้นเดียวหลังคามุงสังกะสี ตั้งอยู่ข้างๆ หรือตรงข้ามกับตึกแถวก่ออิฐที่ทันสมัย สิ่งนี้แสดงถึงพลวัตของการสะสมทุนและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ค่อยเป็นค่อยไปในย่านธุรกิจอย่างสำเพ็ง
4. การออกแบบที่ตอบรับกับผังเมืองและเทคโนโลยี ตึกและอาคารในรัชกาลที่ 5 ถูกออกแบบให้ขนานไปกับแนวถนนที่เป็นระเบียบ ซึ่งมี รางรถรางและเสาไฟฟ้า/โทรเลข เป็นองค์ประกอบหลัก สถาปัตยกรรมเหล่านี้จึงต้องมีความสูงและระยะถอยร่นที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับการสัญจรของรถรางไฟฟ้าและสายไฟที่ระโยงระยางอยู่เบื้องบน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของพระนครที่ต้องการแสดงถึงความเป็นอารยะ
5. กำแพงและเขตขัณฑสีมาแบบดั้งเดิม นอกจากอาคารพาณิชย์แล้ว ในภาพยังปรากฏ กำแพงก่ออิฐสูงและประตูทรงไทย (ทางด้านซ้ายของภาพแรก) ซึ่งน่าจะเป็นเขตวัดหรือวัง สถาปัตยกรรมส่วนนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความสูงใหญ่และความสันโดษแบบดั้งเดิมเอาไว้ สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนกับย่านตึกแถวที่เน้นความเปิดโล่งเพื่อการค้าขาย อุปมาอุปไมย สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 ในภาพนี้เปรียบเสมือน การสวมสูททับลงบนโจงกระเบน คือมีความเป็นตะวันตกในโครงสร้างส่วนใหญ่ที่มองเห็นได้ชัด (ตึกแถวก่ออิฐ) แต่ยังคงมีรายละเอียดและจิตวิญญาณแบบดั้งเดิม (เพิงไม้และกำแพงวัด) แทรกซึมอยู่ เป็นการผสมผสานที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับกรุงเทพฯ ในยุคเปลี่ยนผ่านได้เป็นอย่างดี
อินเดียชมพูทวีป
สัญลักษณ์แห่งอธิปไตย ธงสามสี (Tiranga) ที่ปรากฏในแหล่งข้อมูล ถูกรับรองให้เป็นธงชาติอย่างเป็นทางการโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1947 เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่อินเดียจะได้รับเอกราช เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความสามัคคีและความเป็นอิสระจากจักรวรรดิอังกฤษ การต่อสู้ด้วยหลัก
อหิงสา ขบวนการกู้เอกราชของอินเดียมีความโดดเด่นจากการนำของ มหาตมา คานธี ซึ่งเน้นการต่อสู้แบบไม่ใช้ความรุนแรง (Ahimsa) และการไม่ให้ความร่วมมือ (Non-cooperation) เช่น การเดินขบวนเกลือ (Salt March) เพื่อประท้วงการผูกขาดของอังกฤษ จนสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อรัฐบาลอาณานิคม
วันแห่งเอกราชและการแบ่งแยกดินแดน: อินเดียได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1947 ตามพระราชบัญญัติเอกราชอินเดีย (Indian Independence Act) อย่างไรก็ตาม การปลดปล่อยเอกราชครั้งนี้มา
พร้อมกับการเผชิญหน้าทางศาสนาที่รุนแรง จนนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดน (Partition) ออกเป็นสองประเทศ คือ อินเดีย และ ปากีสถาน
มรดกจากการปกครอง แม้อินเดียจะปลดปล่อยตนเองจากอังกฤษ แต่ก็ได้ปรับเอาโครงสร้างบางอย่างมาใช้ในการบริหารประเทศให้เกิดเอกภาพ เช่น ภาษาอังกฤษ ซึ่งเราเคยสนทนากันว่าถูกใช้เป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างรัฐที่มีความหลากหลายทางภาษา เพื่อคงความเป็นหนึ่งเดียวกันหลังยุคอาณานิคม
อุปมาอุปไมย การปลดปล่อยเอกราชของอินเดียเปรียบเสมือน
การพังทลายของเขื่อนที่กั้นกระแสน้ำอันหลากหลาย เมื่อเขื่อน (การปกครองของอังกฤษ) ถูกรื้อถอนออกไป มวลน้ำมหาศาลที่มีสีสันและที่มาต่างกัน (ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม) ก็ไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ โดยมีธงชาติ เป็นเสมือนทุ่นไฟที่คอยบอกทางให้กระแสน้ำทั้งหมดไหลไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




